การพูดคุยครั้งล่าสุดของพรีเมียร์ลีกเมื่อวันศุกร์ได้บทสรุปของทีม ฟุตบอล ที่คืบหน้าขึ้นอีกนิด แต่สำคัญนอกจากการขยายเวลาการกลับมาเตะออกไปแบบไม่มีกำหนดและการยอมลดค่าจ้างตัวเองลง 30 เปอร์เซนต์ของบรรดานักฟุตบอล

เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของสโมสรและเป็นทุนสนับสนุนสโมสร ฟุตบอล เล็กๆ ที่ต้องเจอวิกฤติอันเป็นผลกระทบจากโควิด-19 แล้วก็ยังมีเรื่องของการยกเลิกกฎ Blackout ชั่วคราวด้วยมันคือกฎที่ไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลแมตช์บ่ายสามโมงวันเสาร์ในอังกฤษและสกอตแลนด์

ฟุตบอล

ตรงนี้คือเรื่องที่เราไม่คุ้นเคยเลย เพราะเราได้ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลอังกฤษครบทุกคู่มาเป็นสิบปี เราจึงอาจรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างกับกฎนี้ แต่ที่อังกฤษเขาอยู่กับมันมาตลอดตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 นู่นแน่ะ

คือเป็นอันรู้กันว่าเกมบ่ายสามโมงวันเสาร์ (สามทุ่ม/สี่ทุ่มบ้านเราแล้วแต่ว่าเป็นช่วงเวลาฤดูร้อนหรือฤดูหนาว) จะไม่มีการถ่ายทอดสดให้ชมทางโทรทัศน์ที่อังกฤษ เต็มที่เลยก็แค่รับฟังสดๆ ทางวิทยุ

กฎนี้มีเหตุผลชัดเจนในเชิงสังคมฟุตบอลที่ใกล้ชิดกับชุมชนอันถือเป็นพื้นฐานสำคัญของฟุตบอลอาชีพ มันมีขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาแฟนบอลไม่เดินทางไปดูฟุตบอลที่สนามเพราะมีเกมถ่ายทอดสดให้ดูถึงบ้าน

ในทศวรรษต่อมา บ๊อบ ลอร์ด ประธานสโมสรเบิร์นลี่ย์ในเวลานั้นเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเกลี้ยกล่อมให้บรรดาประธานสโมสรคนอื่นๆ คล้อยตามถึงความละเอียดอ่อนของกฎ Blackout นี้อีกรอบว่า มันไม่ได้มีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้คนไปดูฟุตบอลที่สนามเท่านั้น หากหัวใจที่ซ่อนอยู่ก็คือการช่วยสโมสรเล็กๆ ให้ลืมตาอ้าปากได้

เพราะถ้าเกมบ่ายสามโมงมีถ่ายทอดสด แฟนบอลก็จะเลือกดูเกมดีๆ ที่ยิงตรงมาให้ชมถึงบ้าน ซึ่งทีมในลีกสูงสุดยังไม่กระทบเท่าไหร่เพราะแต่ละทีมได้รับโควต้าส่วนแบ่งออกจออยู่แล้ว แต่ทีมในลีกล่างลงไปนั้นกระทบแน่นอนถ้าแฟนบอลของตัวเองเคยตัวกับการนอนอยู่บ้านดูบิ๊กแมตช์แทนที่จะออกไปให้กำลังใจทีมรัก

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรฟุตบอลอังกฤษถึงไม่มีการถ่ายทอดสดเกมบ่ายสามโมงวันเสาร์มาตลอดโดยกฎ Blackout ห้ามถ่ายทอดสดฟุตบอลในช่วงเวลา 14.45 น. ถึง 17.15 น. ของทุกๆ วันเสาร์

ที่เกมปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกต้องไปเตะกันในวันอาทิตย์ทุกปีก็เพราะกฎนี้ ที่เกมแชมเปี้ยนชิพหรือเกมสำคัญอื่นๆ ของวันเสาร์ต้องหลบไปเตะกันตั้งแต่เที่ยงก็เพราะกฎนี้

ที่การถ่ายทอดสดฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา ในอังกฤษไม่สามารถถ่ายช่วง 15 นาทีแรกของเกมได้ก็เพราะกฎนี้ (เพราะเริ่มเตะ 5 โมงเย็นตามเวลาอังกฤษ)

กฎนี้ถูกระบุเอาไว้ในกฎของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป​ (ยูฟ่า) ด้วย เพียงแต่บังคับใช้เฉพาะกับชาติสมาชิกที่ร้องขอเท่านั้นซึ่งเวลานี้มีเพียงอังกฤษ สกอตแลนด์ และมอนเตเนโกร

จากการประชุมครั้งล่าสุด กฎ Blackout ถูกยกออกไปชั่วคราวและได้รับการอนุมัติจากยูฟ่าแล้ว นั่นหมายความว่าเราได้เห็นภาพที่ชัดเจนของนโยบายที่ฟุตบอลอังกฤษตั้งใจจะนำมาใช้เพื่อสลัดหลุดจากปัญหาโควิด-19

นั่นคือการเตะแบบปิดสนาม..

การยกกฎ Blackout ออกไปนั้นก็เพื่อปูทางไปสู่การเตะแบบปิดสนามไร้คนดูโดยเฉพาะ

กล่าวคือถ้ามีเกมเตะเมื่อไหร่ แฟนบอลจะได้รับชมการถ่ายทอดสดแมตช์บ่ายสามโมงวันเสาร์ทดแทนกับความเสียหายที่ไม่สามารถไปดูเกมในสนามได้

เพราะถ้าหากกฎ Blackout ยังอยู่ แฟนบอลของหลายๆ ทีมจะไม่สามารถหาช่องทางรับชมเกมของทีมรักได้เลยถ้าแมตช์ของทีมถูกกำหนดเตะตอนบ่ายสามโมงวันเสาร์

จะดูถ่ายทอดสดก็ไม่ได้ จะไปดูที่สนามก็ไม่ได้

Blackout จึงต้องกลายเป็น Blackin เปลี่ยนจากปิดเป็นเปิดชั่วคราว

มันจะเป็นมิติใหม่ของการรับชมเกมพรีเมียร์ลีกในวันเสาร์ของคนอังกฤษ ไม่มีขยักเว้นวรรคอีกแล้ว ดูกันยาวๆ ตั้งแต่เกมคู่เที่ยงครึ่งต่อด้วยแมตช์บ่ายสามและจบด้วยคู่ห้าโมงครึ่ง

แฟนบอลพรีเมียร์ลีกไม่เคยมีอารมณ์แบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาดูเกมเที่ยงครึ่งเสร็จก็ต้องเว้นวรรคร่วมสามชั่วโมงแล้วกลับมาดูเกมห้าโมงครึ่ง จากนั้นก็รอสี่ทุ่มเศษๆ เพื่อดูไฮไลต์ของทุกคู่ทางรายการแมตช์ออฟเดอะเดย์

แต่ฤดูกาลนี้อาจไม่เป็นอย่างนั้น โควิด-19 ทำให้ฟุตบอลคู่บ่ายสามโมงวันเสาร์ที่คนอังกฤษเคยถวิลหาการถ่ายทอดสดเหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอาจจะถูกส่งตรงถึงรีโมตในมือ

มันจะเป็นประสบการณ์ที่แปลกแน่นอน แต่ที่ยิ่งแปลกเข้าไปอีกก็คือไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก..

ได้ดูเกมบ่ายสามโมงสดๆ ทางหน้าจอก็จริง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากต้องมาดูด้วยเหตุผลนี้เลย

หากเลือกได้ ขอเป็นเหตุผลอื่นได้ไหม ไม่ใช่ว่าเพราะฟุตบอลต้องเตะแบบปิดสนามด้วยการระบาดของไวรัสบ้าบอเราเลยได้ดู

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ หากเรามองไปไกลกว่าโควิด-19 มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับกฎ Blackout

จะมีโอกาสที่กฎนี้ถูกนำมาพิจารณาผ่อนผัน ยกเลิก หรือทดลองเลิกใช้ไหม ถ้าการตอบรับดีหรือมองเห็นทิศทางว่าในยุคนี้การถ่ายสดเกมบ่ายสามวันเสาร์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมลูกหนังอย่างที่เคยกังวลอีกแล้ว หรืออาจมีวิธีการอื่นร่วมกันเช่นแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้สโมสรเล็กๆ เลี้ยงตัวเองได้

ในตอนนี้เราคงมีความรู้สึกว่าไร้สาระที่จะมาคุยกันถึงการมีอยู่ของกฎ Blackout ด้วยสถานการณ์โลกนั้นตึงเครียดกับโควิด-19 อย่างหนัก

แต่ธรรมชาติของมนุษย์ลืมเรื่องต่างๆ ได้เร็วจะตายไปครับ เมื่อถึงวันที่เราจัดการกับไวรัสนี้ได้เด็ดขาด ผู้คนออกมาใช้ชีวิตกันได้ตามปกติจริงๆ เราอาจจะมองย้อนกลับมาดูมันด้วยสายตาอีกแบบ

ก็ผ่านความหวาดผวามาแล้วนี่ ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว เราก็จะหันไปใส่ใจกับกิเลสที่อยู่ตรงหน้าเหมือนเดิม

มีเกมบ่ายสามวันเสาร์ให้ดูผ่านทีวีมันก็ดี ทำไมต้อง Blackout ด้วย..

ยิ่งการเรียกร้องในวันนี้เปี่ยมไปด้วยพลังจากโลกโซเชียล บางทีมันอาจเกิดกระแสที่จุดติดขึ้นมา นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในอังกฤษก็ได้

ก็แค่ ‘อาจจะ’ นะครับ มันยังไกลที่จะเกิดความเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้น และยังมีเงื่อนไขที่ต้องเข้าข่ายอีกมาก ก่อนอื่นเลยคือฟุตบอลต้องเตะกันแบบปิดสนามจริงๆ เสียก่อน

  เว็บ สมัคร ฮอลิเดย์ บอกว่ากฎบางข้อเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ด้วยมุมมองที่อาจจะแตกต่างออกไปแล้วในโลกปัจจุบัน กฎ Blackout หลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไรถ้ามันถูกยกเลิกไปใน 9 แมตช์สุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 แล้วทำให้แฟนบอลรู้สึกเคยชินกับมัน

Tags :

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก้าวขึ้นมาเป็นฟุตบอลชั้นนำระดับโลกในเวลานี้ โดยเจ้าตัวประสบความสำเร็จมากมายนับตั้งแต่ถูกดันขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ และก้าวเป็นจอมแอสซิสต์ประจำทัพ ฟุตบอล “หงส์แดง” จนได้ชื่อว่าเป็นกองหลังเพลย์เมกเกอร์

การทำงานภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วยให้ “เจ้าหนูเทรนต์” พัฒนาฝีเท้าแบบเขย่งก้าวกระโดด พร้อมกับยึดตำแหน่งแบ็กขวาถาวร และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นกำลังสำคัญที่นำ “เดอะ เร้ดส์” คว้าแชมป์ ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือ “สโมสรโลก” 

ฟุตบอล

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีความแตกต่างจากผู้เล่นแบ็กขวาจำนวนมาก เพราะเขามีความสามารถในการเปิดบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งถือเป็นพื้นที่อันตรายสำหรับการทำประตู โดย ฟูลแบ็กเลือดผู้ดีรายนี้ ทำแอสซิสต์ถึง 12 ครั้ง มากกว่ากองหลังคนอื่นๆ ที่ค้าแข้งใน 5 ลีกชั้นนำทวีปยุโรป

ขณะเดียวกันมีผู้เล่นเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ใน 5 ลีกชั้นนำยุโรปฤดูกาลนี้ ได้แก่ อังเคล ดิ มาเรีย (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), เจดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) และ เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผู้เล่นแนวรุก

ศักยภาพของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถือเป็นการยกระดับแบ็กซ้ายในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ มากกว่าผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันในปัจจุบัน และตอนนี้ดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นของเขากลายเป็นแม่แบบของฟูลแบ็กรุ่นใหม่ที่จะพยายามเลียนแบบ

สำหรับตอนนี้สาวก “เดอะ ค็อป” คงยิ้มแก้มปริมากยิ่งขึ้น เพราะผู้เล่นแบ็กขวาของพวกเขาในอนาคตจะไม่ได้มีแค่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เท่านั้น เพราะตอนนี้ศูนย์เยาวชน “หงส์แดง” ได้ผลิตแข้งสไตล์เดียวกับ “เจ้าหนูเทรนต์” ขึ้นมาประดับวงการนั่นก็คือ เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งว่ากันว่าฟอร์มถอดแบบรุ่นพี่มาเลยทีเดียว

แข้งดาวโรจน์เลือดเวลส์ สร้างผลงานได้สุดประทับใจเมื่อได้รับโอกาสสำคัญในเกมเอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2019/2020 ซึ่งการเล่นเกมบุกของเขาถือว่าเล่นงานแนวรับคู่แข่งได้ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการเปิดบอลจากด้านข้างได้อย่างแม่นยำ

แม้ปัจจุบัน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะอายุเพียง 21 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยึดตำแหน่งตัวจริงถาวร โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาก่อนเกมพรีเมียร์ลีก จะหยุดพักเนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ผลงานของเขาถือว่าฝืดเคืองสุดๆ และยังเล่นผิดพลาดหลายครั้งโดยเฉพาะในเกมแพ้ วัตฟอร์ด ยับเยิน

ฉะนั้นหาก “เจ้าหนูเทรนต์” ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างที่เคยทำ ก็มีโอกาสที่เขาจะโดน วิลเลี่ยมส์ ที่กำลังฟอร์มแรงโดยทำไปแล้ว 2 แอสซิสต์ ในการลงสนาม 4 แมตช์ในเกมฟุตบอลน็อกเอาต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซีซั่นนี้ แย่งตำแหน่งตัวจริงก็เป็นได้

ในเวลานี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่เก่งที่สุดในอังกฤษ และบางทีอาจจะในยุโรป โดยฟอร์มการเล่นของเขาต้องบอกว่าเหนือกว่านักเตะในวัยเดียวกัน ที่สำคัญเจ้าตัวยังได้รับการประดับเกียรติความเก่งด้วยเหรียญแชมป์ทัวร์นาเมนต์ “บิ๊กเอียร์” และกำลังจะได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เว็บ holiday download บอกว่าปัจจุบัน “เจ้าหนูเทรนต์” กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูล และกองหลังคนแรกในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ทำแอสซิสต์ได้เกิน 10 ครั้งในหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะได้ชื่อว่าเป็นแบ็กขวาสมัยใหม่ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับ “หงส์แดง” ในทุกเกม

Tags :

ก่อนอื่นขอสารภาพตามตรงว่าผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงอย่างผมทั้งไม่คิดและไม่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด จะเบียดเข้าไปอยู่ในอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ซึ่งนั่นหมายความต่อมาว่าพวกเขาจะอดไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าอันนำมาซึ่งส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง

เหตุที่มั่นใจเสียเต็มประดาซะขนาดนั้น เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นมาตลอดว่าไม่มีความสม่ำเสมอในฟอร์มการเล่นเอาเสียเลยทุกครั้งที่มีโอกาสขยับเข้าใกล้ ทุกครั้งที่มีโอกาสหายใจรดต้นคอ และทุกครั้งที่ทีมอันดับ 4 รวมถึงคู่แข่งในการแย่งชิงที่ 4 ของตัวเองพลาดลูกทีม ฟุตบอล ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็มักจะพลาดตามด้วย !!!

ฟุตบอล

แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเอาโอกาสอันงดงามของตัวเองไปยัดลงโถส้วมแล้วบรรจงกดชักโครกทิ้งได้อย่างไม่สะทกสะท้าน โดยเป็นแบบนี้มาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลเลยทีเดียว

ขณะที่จ่าฝูงและว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ทำสถิติเอาชนะคู่แข่งไปเรื่อยๆ แบบไม่ยั้งหยุด ล่าสุด 18 นัดติด ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งจะเอาชนะคู่แข่งติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดแค่ 2 นัดเท่านั้นเอง

ย้ำว่าแค่ 2 นัดเท่านั้น แถมเกิดขึ้นเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นด้วย

ครั้งแรกในช่วงโปรแกรมหฤโหดที่ต้องเจอทั้ง สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี้

หลังจากเปิดบ้านอัดตูดไก่ ตามด้วยการบุกไปเหยียบจมูกเพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญของตัวเองถึงถิ่น เกมต่อมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน ซะอย่างนั้น

อีกครั้งหนึ่งในช่วงบ๊อกซิ่งเดย์ที่เปิดบ้านถล่ม นิวคาสเซิ่ล 4-1 ก่อนออกไปเชือด เบิร์นลี่ย์ 2-0 แล้วพวกเขาก็เอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แบบสู้ไม่ได้

ผิดกับฤดูกาลก่อนๆ ที่ถึงแม้ว่าจะย่ำแย่อย่างไร มูลสุกร มูลสุนัข มันก็ยังมีช่วงเวลาที่เดินหน้าพุ่งเข้าชนและวิ่งเข้าใส่ชัยชนะหลายเกมติดต่อกัน

ยกตัวอย่างฤดูกาลก่อนที่ทำสถิติชนะติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ที่ 6 นัด

หรือในฤดูกาล 2017-18 ที่มีช่วงหนึ่งชนะถึง 5 นัดติด

ฤดูกาลนี้เต็มที่แค่ 2 นัด

ปัญหาใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือเกมรุก เฉพาะอย่างยิ่ง เวลาเป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งแล้วพยายามบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง เกมรุกของพวกเขาไม่มีความหลากหลายเพียงพอ เช่นเดียวกับไม่ค่อยมีไอเดียในการเข้าทำ แตกต่างจากตอนที่เกมเป็นรอง ซึ่งมักจะทำได้ดีกว่าเวลาเป็นฝ่ายโต้กลับแล้วใช้ความรวดเร็วและคล่องแคล่วของหน่วยล่าสังหารเข้าจู่โจมแบบลอบสังหาร

นอกจากนี้ยังไม่ค่อยมีความกล้าได้กล้าเสีย หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ปอดแหก” อีกต่างหาก

นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงกะซวกชัยชนะอย่างต่อเนื่องได้ไม่นาน

จุดหนึ่งคือพวกเขาไม่มีผู้เล่นประเภท “เพลย์เมคเกอร์” ที่มีความสามารถพิเศษ

ผู้เล่นในตำแหน่ง “หมายเลข 10” อย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดรียส เปเรยร่า และฆวน มาต้า คือผู้เล่นที่ฝีเท้าดาดๆ มาก – ต่อให้อยู่กับทีมอย่าง เบิร์นลี่ย์ ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงหรือเปล่า ขณะห้องเครื่องในการขับเคลื่อนเกมอย่าง ปอล ป็อกบา ก็นั่งเบียดกับอาการบาดเจ็บอยู่นอกสนามมากกว่าลงมาเริงระบำบนฟลอร์หญ้า

มิซ้ำยังต้องมาเสียตัวทีเด็ดในเกมรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้อาการบาดเจ็บไปอีกคน

หากเปิดดูสถิติการถล่มตาข่ายของ “แรชชี่” ในฤดูกาลนี้ก็จะพบว่าเขาผูกขาดการทำประตูอยู่แทบจะคนเดียว

ด้วยเกมรุกที่ต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นอยู่ตลอดเวลา แถมเกมรับก็ไม่เหนียวแน่นและแข็งแกร่งเพียงพอนี่แหละทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวาแบบ 3 วันดี 4 วันป่วยอยู่ตลอดเวลา

กระทั่งการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ดาวเตะที่แฟนบอลเรียกสั้นๆ ว่า “บรูโน่” จัดเป็น “เพลย์เมคเกอร์” ที่มาพร้อมแนวคิดในการเล่นแบบสร้างสรรค์

เท่าที่เห็นจากการลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 3 นัด พบว่าอย่างน้อยเขาก็พยายามเอาบอลไปข้างหน้า เพื่อสร้างโอกาสในการทำประตูให้เพื่อนร่วมทีม

เอาแค่แนวคิดก็แตกต่างแล้ว

ว่าแล้วเพื่อให้เห็นภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้น – ขอเปรียบเทียบกับ ฆวน มาต้า ก็แล้วกัน

บ่อยครั้งที่เห็นอยู่ว่าข้างหน้านั้นมีพิ้นที่ว่าง แทนที่จะพลิกบอลขึ้นไปเอง กลับม้วนตัวลงล่างบ้าง แปะคืนหลังทันทีบ้าง คือเล่นเหมือนเอาตัวรอดไปวันๆ เพื่อไม่ให้บอลเสียที่ตัวเองเท่านั้น ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ แถมเล่นง่ายๆ แบบนี้ใครก็เล่นได้

เจสซี่ ลินการ์ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

ดาวเตะค่าตัว 47 ล้านปอนด์ผู้นี้ช่วยให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีทั้งสีสันและมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างรุนแรง ด้วยการวางบอลยาว แทงทะลุช่อง หรือพาบอลควบตะบึงขึ้นไปเองเพื่อคุกคามคู่แข่ง อีกทั้งยังมีทีเด็ดในการเล่นลูกตั้งเตะที่เคยเป็น “จุดอ่อน” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้มาตลอด

การมาของเขาคนเดียวสามารถช่วยยกระดับของเพื่อนร่วมทีมให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ประกายแห่งความหวังในการไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จึงถูกจุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

แหม่…ก็จะไม่ให้หวังได้อย่างไรล่ะครับคุณ ในเมื่อตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลังทีมอันดับ 4 อย่าง เชลซี อยู่แค่ 3 แต้มเท่านั้น ผลต่างประตูได้เสียก็ดีกว่า แถมมีแนวโน้มสูงมากว่าอันดับ 5 ของตารางจะได้ไปเล่นใน

ล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2 นัดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ของฤดูกาล แถมไม่เสียประตูมา 3 นัดติดก็จริง ทว่าแมตช์ต่อไปจะต้องออกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่กลายเป็นคนละทีม หลังการมาของ คาร์โล อันเชล็อตติ

บุกไปเยือน กูดิสัน พาร์ค เมื่อฤดูกาลที่แล้วโดนไปแค่ 4 ดอกเน้นๆ เองครับ

เท่านั้นไม่พอ

หลังกลับจากโรงงานทอฟฟี่นรกยังต้องฉะปะดะกับ แมนฯ ซิตี้ และสเปอร์ส รวมถึง เชฟฯ ยูไนเต็ด

เว็บ holiday download  บอกว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญอันเป็นบททดสอบที่น่าจะพอบอกได้ว่าพวกเขาสมควรได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือเปล่า โดยโปรแกรมที่เหลือในพรีเมียร์ลีกอีก 11 นัด ก็ถือว่าหนักหน่วงมิใช่น้อย

เอฟเวอร์ตัน (ย) – แมนฯ ซิตี้ (ห) – สเปอร์ส (ย) – เชฟฯ ยูไนเต็ด (ห) – ไบรท์ตัน (ย) – บอร์นมัธ (ห) – แอสตัน วิลล่า (ย) – เซาธ์แฮมป์ตัน (ห) – คริสตัล พาเลซ (ย) – เวสต์แฮม (ห) – เลสเตอร์ (ย)

นอกจากจะต้องเซิ้งกับคู่แข่งแย่งพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยตรงอย่าง เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ส และเชฟฯ ยูไนเต็ด แล้ว ยังมีเกมหนักกับ แมนฯ ซิตี้ และ เลสเตอร์ อีกต่างหาก

 

Tags :

ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตหัวหอกคนดัง ระบุ ถ้าให้เลือกว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, พอล สโคลส์ และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แล้วนั้น ตนก็ขอตอบว่า เจอร์ราร์ด พร้อมบอกว่าตนจะเลือก เจอร์ราร์ด มาอยู่ใน ทีมบอล ลิเวอร์พูล เป็นคนแรกจากตัวเลือกทั้งหมด ถ้าต้องลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงดำ

ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตยอดกองหน้าชาวอังกฤษ กล่าวว่าสำหรับตนแล้วนั้น สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตเพื่อนร่วมทีมทั้งที่ ทีมบอล  ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ เป็นกองกลางที่ดีกว่าทั้ง พอล สโคลส์ และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ทีมบอล

ในช่วงที่ทั้ง เจอร์ราร์ด, สโคลส์ และ แลมพาร์ด ยังเล่นอยู่นั้น บรรดาแฟนบอลต่างก็ถกเถียงกันอย่างหนักว่าใครเป็นคนที่เก่งกว่ากัน หลังจากทั้ง 3 คนต่างก็เคยทำผลงานได้สุดยอด รวมถึงประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดของพวกเขาอย่างมาก ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ยังถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ้างในปัจจุบัน

โอเว่น เผยว่า “ถ้าคุณได้เห็น สโคลซี่ ตอนซ้อมแล้วล่ะก็ คุณก็จะต้องอึ้งจนอ้าปากค้างแน่ๆ เขาสามารถทำให้คุณหลงใหลไปกับการเล่นของเขาได้อย่างง่ายดาย เมื่อคุณคิดว่าเขากำลังจะวิ่งไปยังทางหนึ่ง เขาก็แทบจะหมุนกลับ 180 องศาแล้วไปอีกทางหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถวางบอลให้ไปหยุดอยู่บนเหรียญหกเพนนีเล็กๆ ได้ เขาเป็นอัจฉริยะของแท้”

“อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้วน่ะ การเล่นในสนามขนาดใหญ่มันก็หมายความว่าคุณต้องมีร่างกายที่บึกบึน, แข็งแกร่ง, มีร่างกายที่ทรหด, มีความสามารถในการวิ่งที่ดี ฯลฯ ด้วย และถ้าคุณต้องดวลแบบตัวต่อตัวแล้วล่ะก็ สตีวี่ ก็คือคนที่จะเอาชนะได้ทุกคนไม่ว่าคุณจะพูดชื่อใครขึ้นมาก็ตาม เขาจะเอาชนะได้แบบสบายๆ จนเหมือนกับว่ากินคู่แข่งเหล่านั้นเป็นมื้อเย็นเลย”

“แน่นอนว่านักเตะอย่าง สโคลซี่ มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมหลายด้าน ผมหมายถึง เขาสามารถเปลี่ยนเกมการเล่นของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง เขาเปลี่ยนจากการเป็นกองกลางจอมยิงไกลมาเป็นจอมปั้นเกมแบบพวกควอเตอร์แบ็กได้ เขามันอัจฉริยะอย่างแท้จริง ส่วน แฟร้งค์ แลมพาร์ด น่ะเหรอ มันจะมีใครที่กล้ากังขาถึงความสามารถในการทำประตูของเขา และการที่เขาโชว์ความสามารถทุกด้านออกมาได้อย่างเต็มที่ได้กันล่ะ ?”

“ถึงกระนั้น สำหรับผมแล้ว สตีวี่ ก็ถือเป็นนักเตะที่มีระดับต่างไปจากคนอื่นๆ ที่ผมเคยเห็น หรือเคยเล่นด้วย นี่มาจากปากของผมที่เคยได้เล่นร่วมกับบรรดานักเตะที่เก่งๆ หลายคนของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เรอัล มาดริด และทีมชาติอังกฤษ มาแล้วนะ”

เว็บ viva9988 เข้าไม่ได้ บอดว่าเอาเป็นว่าผมยกตัวอย่างแล้วกันว่าถ้าพรุ่งนี้คุณสามารถย้อนเวลากลับไปได้ และต้องทำศึกใหญ่ด้วยการลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศทันทีแล้วล่ะก็ คุณจะเลือกใครมาอยู่ในทีมของคุณเป็นคนแรก ? ถ้าเป็นผมน่ะ ผมขอเลือก สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาติดทีมเป็นคนแรกจากบรรดายอดกองกลางทั้งหมดเลย”

Tags :

อย่างไรก็ดี นี่คือผลโหวตของทางทีม ฟุตบอล ตราไก่ เมื่อช่วงต้นปีที่เปิดโอกาสให้แฟนบอลลงมติศูนย์หน้าหุ่นเสาไฟฟ้า เจ้าของนิคเนม “โรโบเคราช์” เนี่ยนะ?! มีอะไรผิดพลาดตรงไหนหรือเปล่า?

เปล่าเลย มันเป็นผลโหวตที่เกิดขึ้นจริง และไม่มีการนับคะแนนผิดแต่อย่างใดจากผลโหวตของแฟนบอลกว่าหกหมื่นราย เคราช์ เข้าวินยืนหนึ่งในทีม ฟุตบอล  ตราไก่ ชนิดที่มีคะแนนเหนืออันดับสองและสามอย่าง แฮร์รี่ เคน และเจอร์เมน เดโฟ ท่วมท้น

ฟุตบอล

ทั้งๆที่ความจริง เขาน่าจะตกสำรวจรายชื่อกับ ไก่เดือยทอง ด้วยซ้ำไปเนื่องจาก เคราช์ ไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่น และน่าจดจำกับทีมลูกหนังแห่งมหานครลอนดอนสักเท่าไหร่

แล้วดูเอาซิ พ่อค้าแข้งร่างสูง 201 ซ.ม.ได้รับเสียงโหวตให้ครองตำแหน่งที่ว่าเฉยด้วยตัวเลขที่สูงถึง 66%

ขณะที่ เคน กองหน้าตัวฉกาจของ สเปอร์ส ได้เสียงโหวตในอันดับสอง 31% เท่านั้น ตามด้วย เดโฟ 6%

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะมีการระบุว่าสาวกของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล เข้ามาร่วมโหวตในคราวนี้ด้วย

จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุที่ เคราช์ เข้าเส้นชัยโดยทิ้ง เคน ขวัญใจแฟน สเปอร์ส แบบไม่เห็นฝุ่นก็เพราะกองเชียร์ หงส์แดง พากันเข้าไปโหวตให้อดีตหัวหอกของทีมนั่นเอง

พร้อมกันนี้ แฟนบอล ปืนโต คู่อริของ ไก่เดือยทอง ก็ร่วมกระหน่ำโหวตให้ เคราช์ เอาชนะ เคน ด้วยเช่นกัน

พูดง่ายๆก็คือเป็นการจงใจป่วนงานของ สเปอร์ส แบบเอามันนั่นแหละ และแม้แต่ เคราช์ เองก็งงเป็นไก่ตาแตกที่ตัวเองติดโผทั้งๆที่ไม่ใช่นักเตะในตำนานของ สเปอร์ส สักหน่อย

จวบจนล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ สื่ออังกฤษจัดให้มีการโหวตสโมสรฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

และมันเป็นเรื่องช็อกซะยิ่งกว่าช็อกที่ผลโหวตยกให้ ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบันเดินขึ้นโพเดียม

ทั้งๆที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เคยครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

มีการแจกแจงรายละเอียดว่าจากผู้ร่วมโหวตทั้งสิ้น 307,152 ราย หงส์แดง เข้าป้ายเป็นอันดับหนึ่งจากคะแนนโหวต 36%

ตามด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดซิวสามแชมป์เมื่อปี 1999 ซึ่งได้เสียงโหวต 33%

ส่วนอันดับสามได้แก่ อาร์เซน่อล ชุดไร้พ่ายเมื่อฤดูกาล 2003/04 จากตัวเลข 21% ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ชุดแชมป์ลีกฤดูกาล 2017/18 ที่เก็บได้ถึง 100 คะแนน ตามมาเป็นอันดับ 4 ที่เสียงโหวต 10%

เห็นหรือยังว่ามันเป็นผลโหวตที่ชวนให้จั๊กจี้มากแค่ไหน

แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นการโหวตของแฟนบอล ไม่ใช่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหากเป็นอย่างนั้น ก็รับรองได้เลยว่า เร้ด แมชีน ชุดปัจจุบันไม่มีทางรั้งอันดับหนึ่งแน่

อย่างที่ทางเว็บ สมัครเล่น ฮอลิเดย์ บอกว่า แกรม ซูเนสส์ อดีตกองกลาง และกุนซือของ ลิเวอร์พูล เองยืนยันหลังเกมแดงเดือดนั่นแหละว่า เร้ด แมชีน ของ คล็อปป์ จะเรียกตัวเองว่ายอดทีมไม่ได้ จนกว่าจะเคยสัมผัสกับโทรฟี่พรีเมียร์ลีกซะก่อน

และต้องคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้อย่างต่อเนื่องหลายสมัยด้วย ไม่ใช่แค่หนเดียวแล้วหายเข้ากลีบเมฆเหมือน แบล็คเบิร์น และ เลสเตอร์ ซึ่งยังไม่เข้าข่ายยอดทีม

แต่อย่างที่บอก พอมีการจัดโหวตเสียง และผลปรากฎออกมาแบบแย้งความจริงเช่นนี้ ก็เชื่อได้เลยว่าเป็นกลุ่มสาวก เดอะ ค็อป นั่นแหละที่ร่วมสนุกกับสื่อเจ้าดังกล่าวมากที่สุด

เพราะแม้แต่แฟน หงส์แดง ในบ้านเราเองซึ่งรู้ถึงกิตติศัพท์ในด้านนี้ดี ยังนินทาพวกเดียวกันเองแบบขำๆเลยว่าถนัดนักในเรื่องนี้ หลังดัน เคราช์ ขึ้นเป็นราชาดาวยิงของ ไก่เดือยทอง ได้สำเร็จ

นี่แหละอิทธิพลของโซเชี่ยล มีเดียที่สามารถเนรมิตเรื่องบ้าบอคอแตกได้เสมอ

เข้าทำนอง พวกมากลากไป ยังไงยังงั้นยิ่งแฟน หงส์แดง ขึ้นชื่อในเรื่องความสามัคคี และเทใจให้กับทีมรักอย่างเต็มร้อยด้วยแล้ว

ทุกๆการโหวตจึงมักเป็นไปอย่างที่พวกเขาต้องการให้เป็น 

Tags :

เมื่อก้าวเข้าสู่สโมสร ฟุตบอล ปีใหม่ เท่ากับว่าตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองช่วงเดือนมกราคม ก็ได้เปิดฉากขึ้นมาเรียบร้อย แม้การต่อสู้ในตลาดอาจไม่ดุเดือดเลือดพล่านเท่าช่วงซัมเมอร์ ขณะที่หลายๆ

สโมสร ฟุตบอล ก็คงไม่อยากจะเสียนักเตะออกไปในช่วงกลางซีซั่นแบบนี้ แต่มันก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่จะมีดีลใหญ่ๆ เกิดขึ้นบ้าง และแน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นทีมที่มีข่าวมากกว่าใครเพื่อน แต่จะมีข่าวกับใครบ้างนั้น เรามาอัพเดตกันเลย

ฟุตบอล

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอง แจ็ค กรีลิช กองกลางจอมพลิ้ว แอสตัน วิลล่า และ เจมส์ แมดดินสัน จอมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพช่วงเดือนนี้ (Independent)

– ยำไม่หนำใจ…  ท็อดด์ แคนท์เวลล์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของ นอริช ซิตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งแข้งที่ “ปีศาจแดง” เล็งสอยมาร่วมทัพ แต่อาจจะต้องแย่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่อยากได้ ดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้เช่นกัน (Daily Mail)

– ผีมีลุ้น! เบนฟิก้า พร้อมพิจารณาขาย เจดสัน แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ดาวรุ่งเลือดฝอยทอง ช่วงเดือนนี้ โดยเชื่อกันว่า ดาวเตะวัย 20 ปี กำลังได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง เอซี มิลาน และ โอลิมปิก ลียง (Sky Sports)

– ใจไม่อยู่แล้ว! คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังร่างใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงท่าทีชัดเจนที่จะย้ายซบ อาแอส โรม่า แบบถาวรหลังจบฤดูกาลนี้ โดยได้แจ้งเอเจนต์ส่วนตัวให้เร่งมือปิดดีลแล้ว (Corriere dello Sport)

– เยโรม บัวเต็ง เซนเตอร์แบ็ก บาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นแข้งเป้าหมายของ อาร์เซน่อล ที่หวังเซ็นสัญญาช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ผู้เล่นแนวรับ “ไอ้ปืนใหญ่” เจ็บระนาว (Sky Sports)

– นอกจากนี้ อาร์เซน่อล ยังถูกยกเป็นทีมเต็งเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการล่าตัว เมรีห์ เดมิราล ปราการหลังทีมชาติตุรกีของ ยูเวนตุส มาเสริมแนวรับ (Fotomac)

– เวสต์แฮม ยูไนเต็ด หวังเพิ่มความดุดันในแนวรุก โดยเล็งคว้าตัว กาเบรียล บาร์โบซ่า หรือ “กาบิโกล” หัวหอกดาวรุ่งเลือดแซมบ้าของ อินเตอร์ มิลาน หลังจากที่นักเตะทำผลงานได้อย่างสุดยอด ระหว่างเล่นให้ ฟลาเม็งโก้ ภายใต้สัญญายืมตัว (Sun)

– ใหม่มา…เก่าไป! โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมพิจารณาขาย ปาโก้ อัลกาเซร์ หัวหอกชาวสแปนิช ที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,360 ล้านบาท) หลังจากประสบความสำเร็จในการคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ดาวยิงเนื้อหอม มาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก โดยว่ากันว่า อัลกาเซร์ กำลังได้รับความสนใจจาก แอตเลติโก มาดริด (Bild)

– เด็กมันอยากกลับบ้าน! บาร์เซโลน่า มีโอกาสเหนือกว่าทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ในการคว้าตัวเด็กเก่าอย่าง ดานี่ โอลโม่ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง ดินาโม ซาเกร็บ มาร่วมทัพ ซึ่งตัวนักเตะก็แสดงท่าทีอยากย้ายทีมเช่นกัน เพราะเมินต่อสัญญากับต้นสังกัด (Mundo Deportivo)

– ชอบเด็กแซมบ้า! เรอัล มาดริด เล็งสอย เรเนียร์ เชซุส คาร์วัลโญ่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 17 ปีของ ฟลาเม็งโก้ เข้าสู่ถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว แต่อาจจะต้องยื้อแย่งกับ บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Marca
– เอาจริง! เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยกระดับในการไล่ล่าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังจอมแกร่ง นาโปลี มาเสริมแนวรับช่วงซัมเมอร์ โดยทั้งสองได้ส่งตัวแทนไปเจรจากับทีม “อัซซูร์ร่า” แล้ว (Corriere del Mezzorgiono)

– เป้าหมายรอง! เชลซี เล็ง เฟดอร์ ชาลอฟ หัวหอกตัวเก่ง ซีเอสเคเอ มอสโก เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ถ้าหากพลาดได้ตัว มุสซ่า เดมเบเล่ กองหน้า โอลิมปิก ลียง (Evening Standard)

– เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมเต็งเหนือ อาร์เซน่อล ที่จะได้ตัว ดานิเอเล่ รูกานี่ เซนเตอร์แบ็กสำรอง ยูเวนตุส มาเสริมแนวรับ (Calcio Mercato)

– เปิดศึกลอนดอนดาร์บี้! เชลซี และ อาร์เซน่อล ต่างกำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว โตมาส์ เลอมาร์ ปีกเลือดน้ำหอมของ แอตเลติโก มาดริด (Mirror)

– ถ้าไม่ใช้ก็ขอ! แอสตัน วิลล่า มีแผนที่จะขอยืมตัว มิชี่ บาตชูอายี่ หัวหอกสำรอง เชลซี มาใช้งานจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ พร้อมออปชั่นซื้อขาด (Footmercato)

– จริงเท็จว่าทางเว็บ สมัคร holiday palace บอกว่าแค่ไหนไม่รู้ แต่สื่อเดนมาร์กปูดว่า คริสเตียน อีริคเซ่น จอมทัพ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จ่อแล้วที่จะโยกซบ อินเตอร์ มิลาน หลังทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องค่าตัวกันได้เรียบร้อย (Ekstra Bladet)

– นาโปลี กลายเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว ยาน แฟร์ต็องเก้น ปราการหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ต้นสังกัดเก่าของตัวนักเตะ ขอถอนตัว โดยเวลานี้ แฟร์ต็องเก้น เหลือสัญญากับ “ไก่เดือยทอง” อีกแค่ 6 เดือน (Sky Sports)

Tags :

 โถ…โถ…โถ…อุตส่าห์โค่นมาทั้ง สเปอร์ส และทีม ฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ แต่พอเจอทีมท้ายตารางในบ้าน แถมถ้าชนะจะไล่บี้อันดับ 4 เหลือแค่ 2 แต้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ อีกครั้งตามสูตร

หลังพักผู้เล่นตัวหลักในเกม ฟุตบอล ถ้วยเล็กยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จัดชุดใหญ่แบบเต็มอัตราศึกด้วย 11 ตัวจริงชุดเดิมกับที่บุกขย่มเรือใบสีฟ้านั่นแหละ

แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเรื่องของหัวจิตหัวใจ พอเจอคู่แข่งที่วรรณะต่ำกว่า ความมุ่งมั่นก็ลดน้อยลงไปอีกแล้ว

ฟุตบอล

สังเกตได้เลยว่า เอฟเวอร์ตัน มาพร้อมลูกหนัก ดิบ เถื่อนในจังหวะเข้าปะทะที่มีจิตวิญญาณแบบ ‘เอาตาย’ มากกว่าชัดเจน

และทุกครั้งที่เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีปัญหาในการเข้าทำทันที เพราะเมื่อคู่แข่งถอยลงไปปิดพื้นที่แน่นหนา พยาธิตัวจี๊ดอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ แดน เจมส์ ใช้ความเร็วไม่ได้ เกมรุกของปีศาจแดงมักจะไม่ค่อยมีไอเดีย และความหลากหลายมากพอ

โอกาสทำประตูส่วนใหญ่มาจากการเล่นลูกยาวแล้วใช้ความเร็วของ 2 ตัวทีเด็ดเข้าโจมตี แต่ก็ยังไม่เด็ดขาดสักเท่าไหร่

เอฟเวอร์ตัน ใช้การเข้าบอลหนักตัดเกม รูปแบบการเล่นก็ลูกทุ่งๆ สไตล์อังกฤษขนานแท้ คือบอมบ์เข้าใส่ อาศัยความถึกของกองหน้า ไม่เน้นครองบอล

ประตูที่ได้มาจากลูกเตะมุม ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาในการป้องกันลูกเตะมุมอยู่แล้วจนเสียประตูบ่อยครั้ง

จังหวะโขกของหัวหอกทีมลูกอม ผู้ชมอย่างผมมองว่าฟาวล์ เพราะแขนกางออกมาทำลายจังหวะของ ดาบิด เด เคอา ชัดเจน แต่เมื่อผู้ตัดสิน และ VAR ยืนยันว่าไม่ฟาวล์ก็ป่วยการที่จะโวยวาย

อย่างไรก็ตาม

เด เคอา ก็ออกมาตัดไม่ค่อยดีด้วย เข้าใจว่าถูกคู่แข่งใช้มือกด แต่นายทวารสัญชาติกระทิงก็ออกมาชกบอลแบบแหยงๆ ไปหน่อยนะ

อาการของปีศาจแดงกระเตื้องขึ้นทันตาเห็น เมื่อถอด เจสซี่ ลินการ์ด ออกไปพลางปรับระบบเป็น 4-4-2 โดยส่ง เมสัน กรีนวู๊ด ลงมาแทนในตำแหน่งปีกขวา แล้วโยก แดน เจมส์ ไปทางซ้ายพร้อมหุบเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด มาเล่นเป็นหน้าคู่กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ตัวสำรองอย่าง กรีนวู๊ด ยิงตีเสมอได้เด็ดขาดมากด้วยลูกเก่งคือลากหาเหลี่ยมแล้วตะบันด้วยซ้าย

หลังจากตีเสมอเป็น 1-1 ได้ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกกระหน่ำเพื่อเอาประตูที่ 2

บัดดล !!!

เว็บ ทางเข้าเกม holiday บอกว่าทางคุณน้าโอเล่และทีมงานคุณภาพข้างสนามกลับถอด แดน เจมส์ ที่กำลังป่วนเกมรับทีมเยือนออกจากสนาม…ซะอย่างนั้น

ตัวสำรองที่ลงมาแทนคือ ฆวน มาต้า ที่ไม่มีทีเด็ดอะไรเลย เช่นเดียวกับที่ไม่เคยพลิกสถานการณ์ได้ยามลงมาเป็นตัวสำร

เปลี่ยนตัวแบบนี้ยอมเอากองกลางอย่าง เฟร็ด ออกเสียยังดีกว่าให้พี่ต้าเป็นกองกลางตัวรุกไปเลยก็ได้

หรือสู้เอากองหลังอย่าง อั๊กเซิ่ล ตวนเซเบ้ ลงมาแทนแล้วขยับไอ้หนูแรชออกมาทางซ้ายเหมือนเดิม เพื่อดัน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าแล้วบอมบ์ใส่ยังดูจะมีประโยชน์กว่าด้วยซ้ำ

ว่าแล้วเรื่องมันก็เอวังด้วยประการฉะนี้

Tags :

หลังจากแพ้ทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 ในเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2019/20 แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถูกตั้งคำถามหนักมากจากนักวิจารณ์และแฟนบอล

หรือมันจะเร็วเกินไปสำหรับเขา ประสบการณ์คุมทีมข้างสนามมีเพียง ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งบางคนบอกว่าแม้จะพาทีมแกะเขาเหล็กทะลุเข้ารอบเพลย์ออฟได้แต่ก็นำมาเปรียบเทียบกับงานหินในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยยิ่งกับการคุมทีม ฟุตบอล เชลซี ยักษ์ใหญ่ของประเทศ หนึ่งในแก๊งบิ๊กซิกซ์ ความกดดันนั้นมหาศาลกว่าการทำงานในรังไพรด์ พาร์คชนิดคนละโลก

 ฟุตบอล

พ่วงด้วยเงื่อนไขที่ทีมถูกลงโทษห้ามซื้อนักเตะ ต้องอาศัยดาวรุ่งที่มีซึ่งปกติจะปล่อยตัวให้ทีมอื่นยืมไปใช้งานเป็นตัวแกนแทนที่ ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เมาน์ท แทมมี่ อับราฮัม มิตชี่ บัตชูอายี่ หรือ คาลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งแทบไม่มีใครมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเลยแล้วแลมพาร์ดจะไหวหรือเปล่าเพราะเข้ามารับงานในจังหวะที่ไม่มีอะไรเป็นใจเลยสักนิด

จะทนทานไหวหรือ จะเสียอนาคตไปเลยมั้ย เสี่ยงเกินไปหรือเปล่าทั้งสโมสรและตัวของแลมพ์สเอง และแค่เปิดฉากนัดแรกก็เจอฝันร้ายที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสียแล้ว นี่ไงโลกแห่งความจริง

เวลาหมุนไปเพียงแค่ 3 เดือน กลับมามองแลมพาร์ดใหม่ในตอนนี้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมที่ฉายแววเปล่งปลั่ง อิ่มเอิบ ออร่าจับไปเสียแล้ว

เสียงตะโกนร้องเพลงจากแฟนบอลดังขึ้น ศรัทธาจากพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สะสมเป็นพลังแห่งความเชื่อมั่นและพร้อมจะก้าวลุยไปกับอดีตขวัญใจแห่งเดอะบริดจ์บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ความจริงแล้วผลงานโดยรวมของเชลซีนั้นไม่ถึงกับเหนือดุจเทวดาอะไรหรอกครับ จนถึงตอนนี้พวกเขาแพ้เพิ่มขึ้นไปแล้วอีก 4 เกมหลังจากพ่ายปีศาจแดง คือแพ้ลิเวอร์พูล 2 เกมในยูฟ่า ซูเปอร์ คัพที่ยิงจุดโทษและในลีกที่ลอนดอน แพ้บาเลนเซียในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแพ้ยูไนเต็ดอีกหนในฟุตบอลถ้วยลีกคัพ

นอกจากนี้ยังมีหลุดเสมอในเกมที่ไม่น่าพลาดอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในเกมลีกบ้านตัวเอง รวมถึงฟุตบอลสโมสรยุโรปที่เสมออาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เช่นกัน

เพียงแต่ในรายละเอียดของเกมและสิ่งที่แลมพาร์ดกับลูกทีมแสดงให้เห็นนั้นมันคือทิศทางที่ค่อนข้างน่าพอใจ ทีมมีแนวทางในการเล่นชัดเจน ไม่สะเปะสะปะ มีตัวเก๋าประคองตัวสด มีการแก้เกมที่จัดว่าเอาตัวรอดได้ของคนที่เคยถูกตั้งคำถามเมื่อก่อนเปิดฤดูกาล

เมื่อทีมเริ่มลงตัวขึ้น ผลงานก็ดูแน่นอนขึ้น เกมลีกชนะติดต่อกันมา 6 เกมแล้ว กระโดดขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางแซงหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และยังทิ้งอาร์เซน่อลถึง 9 คะแนน ทิ้งแมนฯ ยูไนเต็ด 10 คะแนน ทิ้งสเปอร์ส 12 คะแนน

เมื่อบวกกับความคาดหวังที่ไม่มากนักจากแฟนบอลด้วยความที่เข้าใจดีถึงเงื่อนไขยากลำบากที่แลมพาร์ดต้องเจอก็ยิ่งกลายเป็นแรงบวก ทุกอย่างจึงดูดีและราบรื่นกว่าที่คิดมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทีมเดินเครื่องเก็บ 18 คะแนนเต็มในลีก

หรือในเกมกับอาแจ๊กซ์ แลมพ์สก็แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงฝีมือของเขา หลังจากถูกอาคันตุกะจากฮอลแลนด์ยิงทะลุ 4-1 ช่วงต้นครึ่งหลัง เขาตัดสินใจถอด เมาน์ท ออกแล้วส่ง ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นแทนพร้อมปรับระะบบจาก 4-3-3 เป็น 4-2-3-1 ก่อนไล่ตีเสมอ 4-4 สำเร็จแถมเกือบแซงชนะด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงแคแร็กเตอร์อันยอดเยี่ยมไม่เคยยอมแพ้

ความเปล่งปลั่งของแลมพาร์ดยิ่งมีมากขึ้นไปอีกล่ะครับจากเกมนั้นเพราะได้สกอร์ใหญ่ แม้ไม่ชนะก็จริงแต่บุคลิกของทีมชัดเจนมาก ตาม 1-4 กลับมาตีเสมอ 4-4 นี่ไม่ใช่เรื่องทำกันได้ง่ายๆ ต่อให้คู่ต่อสู้เหลือ 9 คนก็เถอะ

พอจะพูดได้ว่าเวลานี้แลมพาร์ดปิดปากนักวิจารณ์ที่ตั้งคำถามกับเขาในช่วงต้นซีซั่นได้สนิท บรรยากาศโดยรอบของเชลซีผ่อนคลายกว่าวันที่แพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 0-4 มาก

นักเตะดาวรุ่งของแลมพาร์ดมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ขุมกำลังสำรองก็เริ่มทำผลงานให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเล่นทดแทนตัวจริงได้และพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับแรกทุกเวลา ทำให้มีการแข่งขันภายในทีมไปในตัว

จากนักเตะโนเนมหรือที่เคยรู้จักแค่ในฐานะแข้งดาวรุ่งตัวยืม เวลานี้ลูกทีมของแลมพาร์ดหลายคนประกาศตัวตนในเวทีพรีเมียร์ลีก กลายเป็นที่รู้จักในฐานะกำลังสำคัญของยอดทีมแห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์ยามนี้

ในวิกฤติมีโอกาส แลมพาร์ดและเชลซีเก็บเกี่ยวมันได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นสภาวะสถานการณ์สร้างวีรบุรุษโดยแท้

ฟิกาโย่ โทโมรี่ จากดาวรุ่งกลายเป็นกองหลังตัวจริงไปแล้ว รีซ เจมส์ ฟูลแบ๊กวัย 19 ก็เริ่มได้ลงสนามบ่อยขึ้น

คริสเตียน พูลิซิช กำลังไปได้สวยหลังตะบันแฮตทริกแบบไม่มีใครคาดคิดในเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกอัดเบิร์นลี่ย์ 4-2 ปลายเดือนที่แล้วกลายเป็นคู่แข่งเบียด ฮัดสัน-โอดอย หลุดตัวจริงดื้อๆ และคงจะขับเคี่ยวแข่งกันสร้างผลงานไปตลอดซีซั่น

เว็บ ag.viva9988 login บอกว่าเช่นเดียวกับ มิตชี่ บาตชูอายี่ ที่ดีวันดีคืนเหลือเชื่อสถานการณ์สดใสขึ้นมากเมื่อเทียบกับการถูกลืมยาวในช่วงต้นฤดูกาล ฟอร์มของดาวยิงเบลเจี้ยนทำให้ แทมมี่ อับราฮัม กระบี่มือหนึ่งในเวลานี้ต้องพัฒนาตัวเองแบบไม่ประมาทเลยแม้แต่วินาทีเดียว

นั่นคือก้าวเดินที่น่าจับตามองของแลมพาร์ดและเชลซี เรื่องการลุ้นแชมป์ลีกคงยังไม่ต้องคิดถึงมันจริงจังเกินไปด้วยความที่มาตรฐานของ แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ยังไปไกลกว่าพอสมควร

เวลานี้เป้าหมายของแฟนบอลเชลซีวางเอาไว้ที่การติดท็อปทรีให้ได้ก่อน ตามมาด้วยการไปให้ไกลที่สุดในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เป้าหมายประมาณนี้เชื่อว่าสาวกสิงโตน้ำเงินครามสามารถสนุกกับฤดูกาลที่กำลังทำศึกอยู่ได้

น่าปรบมือให้กับผลงานของแลมพาร์ดนะครับ เขาทำได้ดีกว่าที่คาดมากจริงๆ แต่เวลาเพิ่งจะผ่านมาแค่ 3 เดือน ตัวเขาเองก็คงรู้ดีจากประสบการณ์ว่า ในเกมฟุตบอลนั้นทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก เดือนนี้เฟี้ยว เดือนหน้าฟุบก็มีให้เห็นบ่อยๆ

เพราะฉะนั้นเราคงยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอก แต่ก็รู้ว่าในอีก 6 เดือนที่เหลือของฤดูกาล 2019/20 นั้น การติดตามว่าเชลซีจะมีผลงานอย่างไรก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นตามไปด้วยไม่น้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมชุกที่รอพวกเขาอยู่ตลอดเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงธันวาคมด้วยคู่แข่งตัวเป้งๆ ทั้งนั้น ผ่าน คริสตัล พาเลซ มาได้แล้ว กำลังจะฉะกับ แมนฯ ซิตี้ ต่อด้วยบาเลนเซีย เวสต์แฮม เอฟเวอร์ตัน สเปอร์ส อาร์เซน่อล

เด็กของแลมพ์สน่าจะอ่วมอรทัยทีเดียว แต่ถ้ามองไปถึงความฮึกเหิมของขุนพลสิงโตน้ำเงินครามเวลานี้แล้ว เชื่อว่าพวกเขาไม่กลัวเลย ตรงกันข้ามยังเป็นสิงห์ห้าวพร้อมพุ่งเข้าใส่ด้วยซ้ำ..

Tags :

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ อินเตอร์ มิลาน ออกโรงเฉ่งคนใหญ่คนโตของทีมที่หมางเมินต่อการทำให้ขุมกำลังมีขนาดใหญ่ จนทำให้ลูกทีม ฟุตบอล โดนอาการล้าเล่นงาน และแพ้ ดอร์ทมุนด์ 2-3 พร้อมระบุ ที่จริงตนพูดถึงเรื่องนี้บ่อยมากจนถึงขั้นเบื่อที่จะชี้แจงอะไรมากกว่านี้แล้ว

อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ อินเตอร์ มิลาน ยอดสโมสร ฟุตบอล แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตำหนิคนใหญ่คนโตของทีมที่ดำเนินการผิดพลาด จากการไม่ยอมทำให้ขุมกำลังมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล จนทำให้ตอนนี้แข้งหลายคนโดนอาการล้าเล่นงาน หลังจากล่าสุด “เนรัซซูรี่” ออกไปแพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-3 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอแฟ เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ฟุตบอล

เกมนี้ทีมเยือนนำไปก่อน 2 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรกจาก เลาทาโร่ มาร์ติเนซ ในนาทีที่ 5 และ มาติอัส เวซิโน่ ในนาทีที่ 40 แต่ในครึ่งหลังเจ้าถิ่นมารัวทีเดียว 3 ลูก แบ่งเป็น 2 ประตูของ อาชราฟ ฮาคิมี่ ในนาทีที่ 51 กับ 77 และอีก 1 ลูกจาก ยูเลี่ยน บรันด์ท ในนาทีที่ 64 ทำให้ อินเตอร์ เพิ่งมีเพียง 4 คะแนน จากการลเล่น 4 นัด และอยู่ที่ 3 ของกลุ่ม

คอนเต้ เผยว่า “เราทำผิดพลาดอย่างมากในการวางแผนการทำทีมของฤดูกาลนี้ ซึ่งที่จริงผมก็พูดถึงเรื่องนี้บ่อยจนเบื่อที่จะพูดถึงมันอีก ผมไม่สนใจเรื่องในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์หรอก ที่จริงเราควรจะวางแผนการทำทีมในฤดูกาลนีค้ให้ดีกว่านี้เยอะ

เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถ้าเราเล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดได้เราก็จะทำให้ทุกทีมที่แข่งกับเราเจองานยาก แต่เราก็มีนักเตะหลายคนที่ต้องลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ผมพูดเรื่องนี้บ่อยจนรู้สึกเอือมแล้ว เอาเป็นว่าถ้าคุณได้เห็นฟอร์มช่วงครึ่งหลังของเราในวันนี้คุณก็คงเข้าใจถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี”

    “มันไม่ใช่ว่าสโมสรควรจะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เราทุกคนต้องทำงานร่วมกัน และมันก็มีการทำพลาดครั้งใหญ่ เราไม่สามารถเล่นอย่างหนักจนถึงขีดจำกัด (หมายถึงนักเตะเล่นเยอะจนเกิดอาการเหนื่อย) ทั้งใน เซเรีย อา และ แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบต่อเนื่องได้ ผมหงุดหงิดมากๆ เพราะเราไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้ เรามาถึงขีดจำกัดของเราแล้ว”

    “ผมรู้สึกแย่จนถึงขนาดไม่อยากพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งหลังด้วยซ้ำ เพราะหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังก็ถือเป็นหลักฐานชั้นดีอยู่แล้ว และผมก็ไม่อยากสร้างหลักฐานอะไรขึ้นมาอีก ผมก็แค่หวังว่าเกมแบบนี้จะช่วยทำให้บางคนเข้าใจถึงเรื่องที่สำคัญได้สักทีน่ะนะ

บรรดาลูกทีมของผมต่างก็วิ่งในระดับ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และผมทำได้เพียงขอบคุณพวกเขาสำหรับสิ่งที่พกวเขาทำให้ทีมในช่วงนี้ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”

  เว็บ ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ บอกว่า  “มันทำให้ผมหงุดหงิด และผมก็หวังว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะทำให้ลูกทีมของผมหงุดหงิดเช่นกัน เราไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้นอกจากการทำงานอย่างหนัก ซึ่งที่จริงเราก็กำลังทำแบบนั้นอยู่ ผมเบื่อที่จะพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาแล้ว ผมหวังว่าบอร์ดบริหารจะมาอยู่ตรงนี้และพูดเรื่องต่างๆ แทนผมเองด้วยซ้ำ”

Tags :

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ ของทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ทีมของตนตั้งเป้าที่จะดึงหัวหอกตัวใหม่มาร่วมทีมให้ได้ในตลาดช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ลั่น มันต้องเป็นคนที่เหมาะสมจริงๆ และมันก็ต้องคิดถึงผลในระยะยาวด้วย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าทีมของตนจะพยายามดึงกองหน้าคนใหม่มาร่วมทีมให้ได้ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้

ฟุตบอล

ในตลาดช่วงซัมเมอร์ของปีนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยทั้ง โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ 2 กองหน้าของทีมไปให้ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวรกับยืมตัว ตามลำดับ แต่พวกเขากลับไม่ดึงหัวหอกคนไหนมาร่วมทีมเลย จนทำให้นักเตะประเภทศูนย์หน้าตามธรรมชาติเหลือเพียง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด เท่านั้น

หลายคนมองว่าเรื่องดังกล่าวมีส่วนทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีความสร้างสรรค์ และไม่มีประสิทธิภาพในการทำประตูมากพอในช่วงต้นฤดูกาลนี้ จนมีส่วนทำให้ผลงานของทีมย่ำแย่ตามไปด้วย ซึ่งมันก็มีการคาดกันว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ควรจะดึงกองหน้ามาร่วมทีมสักคนในตลาดช็อปช่วงหน้าหนาว

หลังจากโดนถามว่าเขาจะหาซื้อกองหน้าคนใหม่ในตลาดช่วงเดือนมกราคมนี้หรือไม่นั้น โซลชา ก็ตอบว่า “แน่นอนว่าผมจะทำอย่างนั้น คุณก็เห็นแล้วว่าเราปล่อยทั้ง อเล็กซิส และ โรเมลู ออกไป ดังนั้นต่อให้ไม่ต้องวิเคราะห์เก่งเหมือนนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคุณก็คงเข้าใจดีอยู่แล้วว่ากองหน้าคือตำแหน่งต่อไปที่เราจะทำการเสริมทัพให้ได้”

“เรากำลังพยายามที่จะเล่นแบบสร้างสรรค์ และทำประตูให้ได้ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเอานักเตะคนใดคนหนึ่งมาร่วมทีมถ้าคุณไม่มั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มว่าคนๆ นั้นคือคนที่เหมาะสม เมื่อคุณจะดึงนักเตะคนไหนมาร่วมทีมแล้วล่ะก็ คนๆ นั้นก็ต้องเป็นคนที่เหมาะสมที่จะอยู่กับทีมเป็นเวลานาน และเราก็จำเป็นต้องคิดด้วยแผนงานระยะยาว”

“ผมจะคิดว่า -ฉันต้องเอานักเตะคนนี้มาร่วมทีม เพราะมันจะส่งผลดีกับชื่อเสียงของฉัน- ไม่ได้หรอก สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของสโมสร แน่นอนว่ามันมีกองหน้าหลายคนที่อยู่ในข่ายมีโอกาสย้ายทีม (ในตลาดช่วงซัมเมอร์) แต่พวกเขาไม่ใช่คนที่เราต้องการ ส่วนคนที่เราอยากได้น่ะเราไม่สามารถคว้ามาร่วมทัพได้”

สำหรับเวนเกอร์ ถือเป็นตำนานกุนซือของอาร์เซนอล และถือเป็นคู่ปรับคนสำคัญในยุคที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดโค้ชชาวสก็อตติช ยังนั่งบัญชาการเกมให้ทีมผีแดง อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์กับบีอิน สปอร์ต ว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ งานในฝันของผู้จัดการทีมทุกคน หรืออย่างน้อยก็สำหรับผู้จัดการทีมที่มีความกล้าหาญและความมั่นใจ”

นอกจากนี้เวนเกอร์ยังวิเคราะห์สถานการณ์ของผีแดงว่าพวกเขาจำเป็นต้องซื้อนักเตะเข้ามาเพิ่ม หากต้องการจะกอบกู้ผลงานที่ดูจะไม่สู้ดีนักในฤดูกาลนี้ “ในความคิดของผม พวกเขาต้องการนักเตะใหม่สำหรับทีมชุดใหญ่อีก 4 คน แต่นอกจากนักเตะเหล่านี้ ผมก็ยังมองเห็นขุมกำลังที่เปี่ยมด้วยความท้าทาย ผมคิดว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ห่างไกลจากทีมอื่นมากขนาดที่หลายๆคนคิด แต่ตอนนี้เขาเหมือนเป็นทีมที่ไม่มีรูปแบบการเล่น, ไม่มีรูปแบบการเพรสซิง” เวนเกอร์ กล่าว

“อยากที่ผมได้พูดไป หากพวกเขาได้นักเตะอีก 4 คน ก็จะสามารถไล่ล่าความท้าทายสำหรับทุกอย่าง และอีกอย่างที่ผมพูดไป้ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ งานในฝันของโค้ชทุกคน ผมมีความมั่นใจ ผมมีความกล้าหาญ และผมมีแนวคิด” กุนซือชาวฝรั่งเศสกล่าวทิ้งท้าย

เว็บ ฮอลิเดย์ เข้าไม่ได้ บอกสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด กำลังจะมีคิวฟาดแข้งกับ อาร์เซนอล ในศึกพรีเมียร์ ลีก นัดต่อไป โดยพวกเขาจะได้เล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันที่ 30 ก.ย. นี้

Tags :