ฟุตบอล

น่าเสียดายที่ทันไม่เกิดขึ้นกับทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs บาเยิร์น มิวนิค คู่หยุดโลกแห่งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2019/20.. สุดท้ายแล้วก็เป็นแค่ความฝันฟุ้งๆ ที่มลายไปแล้ว  อ่านใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่าทำไมถึงจัดตัวค้านสายตาขนาดนั้น ผมคิดว่าเขาจัดตัวสำหรับเกมในอีก 4 วันข้างหน้า ไม่ใช่เกมนี้

จะว่ามองข้ามก็คงใช่ จะว่าประมาทเกินไปก็คงไม่ผิด แต่ถ้าเราเป็นเป๊ปเราจะมองเกมนี้อย่างไรในเมื่อมี บาเยิร์น มิวนิค ที่เพิ่งโขยกบาร์เซโลน่า 8 ประตูรออยู่ในรอบตัดเชือกเป็นบาเยิร์นที่ใกล้เคียงกับคำว่าไร้เทียมทาน กำลังเล่น ฟุตบอล ที่สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งทุกขุมกำลัง แถมยังมีเวลาพักมากกว่านักฟุตบอลของเขาอีก 1 วันเต็มๆ

ฟุตบอล

แน่นอนครับในเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นแบบนี้เป๊ปคงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อทีมแพ้ตกรอบความผิดข้อหาคิดมากเกินไปก็พุ่งเข้าใส่เขาเป็นธรรมดา

เขาควรจะคิดเป็นนัดๆ ผ่านไปทีละด่านไว้ก่อน ฟุตบอลน็อกเอ๊าต์เกมเดียวจอดอย่างนี้ไม่มีโอกาสให้แก้ตัว หรืออย่างน้อยจะมองข้ามช็อตไม่มีใครว่าแต่ทำให้มันสมดุลกว่านี้ได้ไหม นักเตะเอ๊าต์ฟิลด์เป็นเชิงรับ 7 คน ตัวรุกแค่ 3 มันดูข้ามขั้นมากไปหรือเปล่า

หรืออย่างน้อยเป๊ปจัดตัวจริงอย่างนี้ ปรับระบบการเล่นแบบนี้ด้วยเหตุผลด้านแท็คติกก็เข้าใจได้ แต่แผนสองของเขาที่อยู่ข้างสนามควรนำมาใช้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ ริยาด มาห์เรซ ถูกส่งลงสนามนาที 56 แล้วคนต่อไปก็เป็น ดาบิด ซิลบา ก่อนหมดเวลา 6 นาที และก็หมดแค่นั้น

โควต้าที่เหลืออีก 3 คนไม่ถูกนำมาใช้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา กับ ฟิล โฟเด้น ไม่มีโอกาสสัมผัสเกมเลยแม้แต่นาทีเดียว

    ประมาทคู่ต่อสู้ ดูถูกคู่แข่ง เปลี่ยนทีมมากเกินไป ทั้งหมดนี้ต่างเป็นข้อหาที่โถมใส่เป๊ปหลังทีมตกรอบซึ่งก็แน่ล่ะมันถูกทั้งหมด เขาเองก็ย่อมรู้ตัวว่าทำพลาดไปแล้ว นอกจากลียงจะเล่นได้ดีสมกับที่เขี่ยยูเว่ตกรอบก็เป็นทีมของเขาเองที่เชื้อเชิญหายนะเข้าบ้านด้วยการจัดตัวและเปลี่ยนตัวแบบนั้น

สำหรับผมคิดว่าเขาไม่ผิดหรอกที่พยายามคิดข้ามช็อตมองถึงการทำอย่างไรก็ได้ให้ทีมตัวเองพร้อมที่สุดสำหรับเกมใหญ่ที่สุดที่รออยู่ เขาก็พยายามคิดและทำในแบบที่โค้ชชั้นดีควรจะทำ มุ่งตรงไปสู่เป้าหมายสูงสุด และสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้วเป้าหมายสูงสุดของพวกเขาย่อมไม่ใช่แค่การผ่านรอบ 8 ทีมสุดท้ายแน่

ถ้าเป้าหมายของทีมคือแชมป์ ก็จำเป็นต้องจัดวางขุมกำลังเพื่อไปเอาแชมป์ กับฟุตบอลมินิทัวร์นาเม้นต์ที่เตะถี่และมีบาเยิร์น มิวนิคที่ได้พักมากกว่ารออยู่แบบนี้จะใส่สุดตัวในเกมที่ เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด เมื่อคืนแล้วพาสภาพร่างกายที่น่วมกว่าไปฟัดกับเสือใต้คงไม่ดีแน่

เขาอาจจะคิดมากเกินไป มันก็ใช่ ก็ผลมันจบลงแล้ว ทีมตกรอบแล้ว คำตอบก็ชัดเจน.. เขาคิดมากเกินไปจริงๆ

    มันน่าแปลกเมื่อเรามองธรรมชาติของเป๊ปที่ไม่ค่อยคิดมากกับเรื่องนี้เพราะกระทั่งฟุตบอลถ้วยอย่างลีกคัพหรือเอฟเอคัพเขายังส่งนักเตะตัวจริงของทีมชุดใหญ่ลงเล่นครึ่งค่อนทีมแม้จะเจอกับทีมเล็กๆ มันแสดงให้เห็นว่าเขาหวังกับแชมป์ยุโรปของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากเหลือเกินจนต้องมองข้ามไปถึงเกมที่อันตรายที่สุดโดยไม่ทันฉุกคิดว่าการทำแบบนี้นี่แหละอันตรายยิ่งกว่า

เป๊ปจะจัดวางตัวจริงอย่างไรย่อมมีเหตุผลของเขาเพราะเขารู้จักทีมตัวเองดีกว่าใครและต้องศึกษาคู่ต่อสู้มาในระดับหนึ่งเช่นกัน โอลิมปิก ลียงเพิ่งจะน็อกทีมใหญ่อย่างยูเวนตุสตกรอบย่อมต้องมีอะไรดี และ รูดี้ การ์เซีย กุนซือคู่แข่งก็ได้ชื่อว่าจัดจ้านในวงการอีกคนเหมือนกัน

ผังการเล่นจากเว็บไซต์ยูฟ่าก่อนเริ่มเกมยังเชื่อว่าซิตี้เล่นระบบ 4-3-3 ที่ถนัดโดยมิดฟิลด์ตัวกลางสามคนเป็นแฟร์นันดินโญ่ อิลคาย กุนโดกัน และ โรดรี้ แต่พอลงเล่นจริงๆ แฟร์นันดินโญ่ถอยลงไปยืนเซนเตอร์แบ๊กฝั่งขวา มี เอริค การ์เซีย ยืนตัวกลาง และ อายเมอริก ลาป๊อร์กต์ เล่นฝั่งซ้าย

การปรับระบบเป็น 3-5-2 เพื่อให้คู่ต่อสู้สับสนเพราะเตรียมตัวมารับมือกับ 4-3-3 อันนี้ก็เป็นไปได้ อีกทั้งการยืนเซนเตอร์แบ๊ก 3 คนก็ช่วยขันเกมป้องกันไม่ให้หลุดง่ายๆ ผมคิดว่าเป๊ปมองไปที่ชัยชนะ 1-0, 2-0 หรือ 2-1 ไม่ใช่ 5-0, 6-0 หรือ 8-2 คือจัดตัวแค่ชนะแล้วมีทีมชุดใหญ่ที่พร้อมในเกมวันพุธกับบาเยิร์นตามโจทย์ที่ตั้งเอาไว้

เป๊ปอาจจะมั่นใจในทีมของเขามากเกินไปและประเมินความยากของเกมเจอลียงน้อยไปหน่อย การจัดทีมแบบนี้ทำให้บอลของซิตี้ขาดการทะลุทะลวงอย่างที่เคยเป็น กุนโดกัน กับ โรดรี้ แค่คุมเกมไม่ใช่ทำเกมหรือเป็นตัวปล่อยบอลที่เปิดแผลคู่แข่ง เกมกลายเป็นถ่างออกข้างมากกว่าแทงขึ้นหน้า

บอลฝากทำชิ่งเข้าเขตโทษจากตัวกองหน้าริมเส้นที่เป็นอาวุธโคตรอันตรายขาดหาย เรือใบสีฟ้าที่ไม่มีตัวรุกจัดๆ โจมตีทางริมเส้นซ้ายขวานั้นดูจะคลายความน่ากลัวลงไปมาก

    มันกลายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ไม่ได้เล่นแบบแมนเชสเตอร์ ซิตี้เท่าไหร่ เป๊ปแลกความพร้อมสำหรับเกมกับบาเยิร์นด้วยการยอมเสียความเป็นตัวเองไปในเกมนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสถานการณ์ไม่ค่อยเป็นใจการเปลี่ยนตัวก็ยังดูจะไม่สอดคล้องกัน เขายังเลือกเก็บอาวุธเอาไว้ไม่ใช้งาน ส่งแค่มาห์เรซแทนแฟร์นันดินโญ่หลังเริ่มครึ่งหลังไปได้ 11 นาทีคนเดียวเท่านั้น ส่วนการเปลี่ยนตัวคนที่สองต้องรอถึงนาที 84

หาก แบร์นาร์โด้ หรือ โฟเด้น ถูกส่งลงมาแทน กุนโดกัน หรือ โรดรี้ สักคนเร็วกว่านั้นน่าจะทำให้เกมรุกดุดันขึ้น และเป็นฟุตบอลในแบบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากขึ้น

สุดท้ายแล้วก็ได้แต่เสียดาย เกมในฝัน แมนฯ ซิตี้ – บาเยิร์น มิวนิค ที่เหมือนคู่ชิงกลายๆ แตกสลายเหมือนลูกโป่งฟองสบู่แตกดังโพละ

เว็บ เล่น holiday palace ผ่าน iphone บอกว่าตอนที่ถูกนำอีกครั้งเป็น 2-1 ผมเชียร์ให้ซิตี้ตีเสมอให้ได้ อยากให้พวกเขาชนะด้วยอยากเห็นเกมหยุดโลกในรอบตัดเชือก แต่พอ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงจ่อๆ ไม่เข้าและโดนฝังเป็น 3-1 ในอีกแค่ 59 วินาทีให้หลังก็ได้แต่ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ