ฟุตบอล

ทีม ฟุตบอล ลิเวอร์พูล ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกที่ต้องการไปแล้วก็จริง แต่ดูเหมือนจะยังเหลือภารกิจอีกนิดหน่อยอันดับแรกคือกระทืบสถิติสะสมคะแนนมากที่สุด 100 แต้มที่ แมนฯ ซิตี้ ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2018-19

ตอนนี้ทีม ฟุตบอลหงส์” สะสมไปแล้ว 89 แต้ม เหลืออีก 5 นัด มีอีก 15 แต้มให้เก็บ หากลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถยัดเยียดความปราชัยให้คู่แข่งอีก 4 นัด ก็จะมีคะแนนรวมทั้งหมด 101 แต้ม ทำลายสถิติเดิมได้สำเร็จ เข้าใจว่า ลิเวอร์พูล คงไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ประมาณว่าทำได้ก็ดี – ทำไม่ได้ก็ไม่เดือดร้อนอะไร

ฟุตบอล

เรียกว่าเป็นผลพลอยได้จากการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกซะมากกว่า เพราะอย่างที่ รอย คีน เคยบอก เจมี่ คาร์ราเกอร์ นั่นแหละว่าในเหรียญรางวัลชนะเลิศ มันไม่ได้สลักคะแนนที่แชมป์ได้เอาไว้สักหน่อย

อีกหนึ่งสถิติที่เป็นผลพลอยได้คือการเอาชนะคู่แข่งในบ้านให้ครบทั้ง 19 นัด

 

สำหรับเจ้าของสถิติเล่นในบ้านดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก คือ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2010-11

ซีซั่นนั้น แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างพลพรรคปีศาจแดงทำสถิติชนะในบ้านได้ถึง 18 นัด หลุดเสมอไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นเอง

สถิติในบ้าน ณ จุดนี้ของ ลิเวอร์พูล คือชนะ 17 นัด เสมอ 0 เสมอ 0 ได้ 46 เสีย 12 หมายความว่าฤดูกาลนี้ พวกเขาชนะในบ้าน 17 เกมติดต่อกัน ซึ่งจัดเป็นสถิติที่เหี้ยมโหดและอำมหิตดีนักแล

หากนับรวมกับฤดูกาลที่แล้วด้วย เท่ากับว่าตอนนี้ “เครื่องจักรสีแดง” เอาชนะผู้มาเยือนในบ้านของตัวเองไปแล้วถึง 24 นัดติดต่อกัน

…ว่าแล้วขออนุญาตสบถถึงของเหลวในลำไส้ด้วยสำเนียงสเก๊าเซอร์สที่กำลังหาหนูมากินเล่น !!!

ทีมสุดท้ายที่กลับออกมาจาก แอนฟิลด์ พร้อมกับมีชีวิตรอดปลอดภัยออกไปคือ เลสเตอร์ ซิตี้

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2019 โน่นนนนนนน – เกมนั้นจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 และนับแต่นั้น ลิเวอร์พูล ก็กะซวกคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกที่บ้านของตัวเอง 24 นัดติดต่อกัน

ส่วนอาการ “คาบ้าน” ครั้งล่าสุดในพรีเมียร์ลีกที่ แอนฟิลด์ บังเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2017

ทีมสุดท้ายที่บุกไปเหยียบจมูก ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก คือ คริสตัล พาเลซ     อีก 2 นัดในบ้านที่เหลือในฤดูกาลนี้คือ เบิร์นลี่ย์ (11 กรกฏาคม 2020) กับ เชลซี (22 กรกฏาคม 2020)

เกมที่ต้อนรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ เพียงแค่เล่นได้ตามมาตรฐาน ลิเวอร์พูล น่าจะยัดเยียดความปราชัยให้ผู้มาเยือนได้ไม่ยาก ก่อนทำสถิติเป็นชนะ 18 นัดในบ้าน

เหลือเกมเดียวกับ เชลซี ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม

หากไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเสียก่อน ขอบอกว่าการศึกครั้งนี้มีความสำคัญด้วยกัน 3 ประการ

1. มันเป็นเกมที่โทรฟี่พรีเมียร์ลีกจะเดินทางไปที่ แอนฟิลด์ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1995 (แถมครั้งนั้นมันเดินทางไปให้
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ได้สัมผัสและชื่นชม)

2. มันเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์ทำสถิติเป็นทีมแรกและทีมเดียวในยุคพรีเมียร์ลีกที่ชนะในบ้านทั้ง 19 นัด

3. ถึงตอนนั้น เชลซี น่าจะยังคงบดบี้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด,
เลสเตอร์ และวูล์ฟส์ เพื่อแย่งกันเป็น “ท็อปโฟร์” อย่างเมามัน พวกเขาจึงต้องการมีแต้มที่ แอนฟิลด์ สุดๆ

“เด็กผี” จะได้เชียร์ “หงส์แดง” แบบสุดลิ่มทิ่มถูรูก็เกมนี้นี่แหละครับ

คำถามคือแล้ว “เดอะ ค็อป” จะเล่นเต็มที่และใส่เต็มสูบมากขนาดไหน ในเมื่อชัยชนะของทีมตัวเองอาจหมายถึงการได้ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของคู่แค้นตลอดชาติอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ???

อืมมมมมมมมม…นะ

คิดดูนะครับว่าถ้าพลพรรคปีศาจแดงไม่ได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรปเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน มันจะส่งผลเสียหายต่อพวกเขาอย่างหนักหนาสาหัสมากขนาดไหน

ทั้งรายได้ที่จะหดหายไปอย่างมหาศาล รวมถึงแรงดึงดูดผู้เล่นระดับดาวดัง

หากต้องการเป็นหนึ่งไปนานๆ พลางกดหัวคู่แค้นตลอดชาติของตัวเองให้ไม่ต้องไปผุดไปเกิด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็แค่จัดตัวสำรอง + ดาวรุ่งลงไปยืดเส้นยืดสายในสนาม

ต่อให้ไม่ชนะก็ไม่ถึงกับเสียหายอะไรมาก แค่อดทำสถิติต่างๆ อันเป็นผลพลอยได้จากการเป็นแชมป์เท่านั้นเอง ในเมื่อได้แชมป์ไปเรียบร้อยตั้งนานแล้ว

ถ้าคิดแบบไทยๆ หรือคิดแบบ “คนไทย” ที่ตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ลิเวอร์พูล อาจยอมทิ้งสถิติอันสวยหรูของตัวเอง เพื่อกดหัวเจ้ากรรมและนายเวรของตัวเองให้อยู่ใต้ตีนไปนานๆ

แต่ ‘มืออาชีพ’ คงไม่คิดแบบแฟนบอล ‘มือสมัครเล่น’ ในโลกโซเชี่ยลที่วันๆ นั่งเมนต์อะไรโง่ๆ ด่ากัน แล้วก็เอาชนะกันอยู่หน้าจอคอมฯ

แน่นอนครับ พวกเขามีความเป็นมืออาชีพ และอุดมด้วยสปีริตมากพอที่จะไม่ทำอะไรแบบนั้น แม้กาลครั้งหนึ่ง

สตีเว่น เจอร์ราร์ด จะเคยบรรจงถวายพานให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เอาลูกไปกระทุ้งทีมตัวเองจน แมนฯ ยูไนเต็ด ชวดแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างน่าเจ็บใจมาแล้ว ซึ่งนั่นมันน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญซะมากกว่า

ย้อนกลับไปในเกมสุดท้ายของฤดูกาล 1994-95

แค่ ลิเวอร์พูล ยอมอ่อนข้อให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ของ เคนนี่ ดัลกลิช อดีตดาวเตะระดับตำนานของตัวเอง คู่แค้นอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะหมดสิทธิ์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไม่ต้องลุ้น ทว่าพวกเขากลับแสดงความเป็นมืออาชีพพลางทุ่มเทแบบเต็ม 80,000 ตีนถีบจนยัดเยียดความปราชัยให้ทีมกุหลาบไฟได้สำเร็จโดยไม่สนใจเรื่องอื่นใด

หงส์แดงเต็มที่แบบไม่มีกั๊กแล้ว ทว่าพลพรรคปีศาจแดงดันไม่มีปัญญาเอาชนะ เวสต์แฮม เอง จึงส่งผลให้ทีมของ “คิง เคนนี่” ยังได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ดี

ฉะนั้น & ฉะนี้

เว็บ ดาวน์โหลด โปรแกรม holiday palace บอกว่าผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงสบายใจได้ครับ เพราะ ลิเวอร์พูล ย่อมนึกถึงศักดิ์ศรีและสถิติของตัวเองเป็นสำคัญ โดยไม่แยแสหรอกว่ามันจะช่วยให้ทีมคู่แค้นแบบฆ่าล้างโคตรของตัวเองได้ลืมตาอ้าปากหรือเปล่า

ผมมั่นใจแบบเต็มประดาว่า ลิเวอร์พูล จะพยายามทำสถิติชนะในบ้านทั้ง 19 นัด เพื่อฉลองโทรฟี่พรีเมียร์ลีกที่ แอนฟิลด์ อย่างได้อารมณ์และความรู้สึกอันยิ่งใหญ่เพียงแต่จะทำได้หรือเปล่า นั่นอีกเรื่องหนึ่ง